วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

[Trans] In latest role, 'Flowers' actor defies typecasting




Source : Sky Minoz 
BY JANG SUNG-RAN [hairpin@joongang.co.kr]

ดาราฮัลลิว ลีมินโฮ รับบทนำครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ใน "Gangnam Blues" นำเสนอโดย Showbox

เขตกังนัมทางตอนใต้ของโซลไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งจนกระทั่งปี 1960 ที่จริงมันเคยเป็นพื้นที่รกร้างก่อนแผนพัฒนาที่ดินในปี 1970 จะเริ่มขึ้น

"Gangnam Blues" กำกับโดยผู้กำกับยูฮา เป็นหนังแนวฟิล์มนัวร์แอ๊คชั่น (หนังบู๊สะท้อนด้านมืดของมนุษย์) เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มยากไร้ 2 คนที่มีความทะเยอทะยาน คิมจองแด (ลีมินโฮ) และเบคยองกี (คิมแรวอน)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นบทสรุปของภาพยนตร์ไตรภาคที่บอกเล่าประวัติของเขตกังนัมโดยผู้กำกับท่านนี้ ภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องที่สองคือ "Once Upon A Time In Highschool" (2004) และ "A Dirty Carnival" (2006)

จองแดและยองกีเคยเป็นเพื่อนรักกัน เติบโตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ต่อมาต้องกลายเป็นศัตรูเมื่อเลือกทำงานต่างแก๊งค์อาชญากรเพื่อหลุดพ้นความยากจน สงครามระหว่างแก๊งค์ยิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อมีม็อบออกมาต่อต้านนักการเมืองที่หาผลประโยชน์จากเขตกังนัม

ลีมินโฮจาก "Boys over Flowers" (2009) และ "The Heirs" (2013) ผู้รับแต่บทเจ้าชายรูปงามมาตลอดกลับกลายมาเป็นคิมจองแดใน "Gangnam Blues" เป็นคนไร้บ้านและกลายมาเป็นนักเลง




Q : "Gangnam Blues" น่าท้าทายกว่าบทที่คุณเคยเล่นทางทีวีมั้ย?

LMH : ผมอยากเล่นเป็นตัวละครหลักในหนังตอนที่คิดว่าผมพร้อมเต็มที่แล้ว ผมชอบตัวละคร “คิมจองแด” เพราะเขาอายุเท่าๆ กับผม นักแสดงทุกคนย่อมอยากมีโอกาสรับบทที่แสดงความเป็นแมน และ "Gangnam Blues" คือโอกาสที่ใช่สำหรับผม 

Q : จองแดมีอะไรน่าดีงดูดใจในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง? 

LMH : สิ่งที่จองแดต้องการในชีวิตไม่ใช่ความสุขของเขาเอง แต่เขาต้องการทำให้คนอื่นมีความสุข อย่างเช่น กิลซู ผู้ที่เป็นเหมือนพ่อของจองแด ซอนแฮ ผู้ที่เขาเห็นเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ และยองกี เพื่อนรักที่เป็นเหมือนพี่น้อง เพื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เขาใช้ชีวิตอย่างอันตราย เขากลายมาเป็นพวกนักเลงและดิ้นรนเพื่อจะมีที่ดินของตัวเองในกังนัม นี่คือสิ่งที่จองแดต่างจากยองกีซึ่งทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมคิดว่าจองแดเป็นนักเลงที่มีจิตใจดีที่สุดในบรรดาตัวละครทั้งหมดของผู้กำกับท่านนี้

Q : ตอนคุณรับบทจองแด คุณเข้าใจสิ่งที่เขาเลือกหรือไม่?

LMH : ผมเคยรู้สึกหงุดหงิดบ่อยๆ ตอนเล่นบทจองแดแรกๆ สถานการณ์ผลักดันให้เขาเลือกในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เพื่อจะได้อยู่กับคนที่รักโดยไม่ต้องมีกังวล นั่นทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด ผมหดหู่ตอนที่แสดงฉากเหล่านี้ ผมรู้สึกเศร้าและสงสารเขาแม้กระทั่งในตอนนี้ 

Q : คุณเคยต้องการอะไรมากๆ แบบจองแดมั้ย? แบบที่เขาฝันที่จะมีที่ดินของตัวเอง?

LMH : ผมเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2006 ตอนยังเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยคอนกุ๊กหลังจากที่ผมเริ่มเข้าวงการแสดง ตอนอยู่ในโรงพยาบาล ผมตระหนักว่าผมต้องการแสดงจริงๆ ตอนนั้นผมได้แต่หวังว่าผมจะหายดี เพราะหมอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าผมจะเดินได้อีกครั้งมั้ย

Q : โจอินซองและควอนซังวูได้รับชื่อเสียงจากการแสดงในหนังของผู้กำกับยูฮา "A Dirty Carnival" และ "Once Upon A Time In Highschool" คุณคิดว่าผู้กำกับยูมีความสามารถในการดึงเอาอารมณ์ของนักแสดงที่เขากำกับออกมาใช่มั้ย? 

LMH : คุณยูเป็นผู้กำกับที่คิดแต่เรื่องหนังที่เขาทำประมาณ 20 ชั่วโมงต่อวัน ตอนผมทำงานกับเขา ผมตั้งใจที่จะทุ่มเทเต็มที่เพื่อการแสดงที่ดีขึ้น ผมได้ยินมามากว่าผู้กำกับเข้มงวดกับนักแสดงและทีมงานมาก แต่ทีมงานของ "Gangnam Blues" บอกว่านี่เป็นกองถ่ายที่มีบรรยากาศผ่อนคลายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา 

ผมยังงงตอนที่ถ่ายทำฉากอารมณ์สำคัญและผู้กำกับพูดว่า “คัต” และ “ยอดเยี่ยมมาก” เพราะเขาไม่ค่อยพูดออกมาว่านักแสดงทำงานเป็นยังไง



Q : คุณชอบฉากและเสื้อผ้าของยุค 1970 มั้ย? 

LMH : ผมแปลกใจตอนที่เห็นป้ายเขียนไว้ว่าเชอร์เบ็ตถั่วแดงราคา 50 วอนเท่านั้น ครั้งแรกที่ได้สวมเสื้อผ้า (ของยุคนั้น) ผมคิดว่า “มันใช่ความคิดที่ดีมั้ยเนี่ย?” แต่สุดท้ายมันก็สวมใส่สบายดีครับ คนยุคผมรู้จักแต่กังนัมในตอนนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยป้ายนีออนสวยงามและคนมีตังค์ มันคุ้มค่าที่ได้เรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในกังนัมผ่านหนังเรื่องนี้ 

Q : กังนัมเป็นบ้านเกิดที่มีผลต่อจิตใจของผู้กำกับยูฮา ตัวคุณเองมีช่วงเวลาหรือสถานที่ที่คุณชอบเป็นพิเศษมั้ย?

LMH : คนรุ่นผมที่เกิดในยุค 1980 ได้พบเจอทั้งยุคของอนาล็อกและดิจิตอล ผมยังจำได้ว่าแปลกใจแค่ไหนตอนได้รู้จักกับอินเตอร์เน็ตครั้งแรก ช่วงเชื่อมต่อระหว่างยุค 1990 – 2000 มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมมาก ผมยังรู้สึกทึ่งที่โลกเปลี่ยนไปมากมายในช่วงไม่กี่ปีนี้ 

Q : มีความทรงจำอะไรที่เด่นชัดจากช่วงเวลานั้นบ้าง? 

LMH : ผมช็อคสุดๆ ครับตอนได้เห็นรูปโป๊ทางอินเตอร์เน็ต



Q : คุณรู้สึกยังไงตอนถ่ายทำฉากสู้กันในโคลน? ได้ยินว่าต้องใช้น้ำถึง 800 ตัน ตัวประกอบ 150 คน และถ่ายทำกันทั้งสัปดาห์ 

LMH : ผมไม่อยากโชว์ออฟในฉากต่อสู้ ผมอยากถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของจองแดมากกว่าผ่านฉากการต่อสู้เพื่อให้ผู้ชมประทับใจ ผมพยายามเข้าถึงอารมณ์ของจองแด แล้วก็เข้าถึงความโกรธของเขา มันทำให้ผมไม่ทันใส่ใจว่าฉากนั้นยากแค่ไหน แต่ทีมงานบอกหลังถ่ายทำว่า แววตาของผมน่ากลัวมาก ผมคิดว่าแววตาผมเปลี่ยนไปเพราะความโกรธภายในใจ 
 
Q : ได้ยินว่าคุณยุ่งมากเวลาเดินทางไปต่างประเทศ เพราะคุณมีแฟนๆ นอกเกาหลีเยอะ 

LMH : ผมรู้สึกว่าทั้งตาและใจของผมเปิดกว้างมากขึ้นหลังจากได้เป็นที่รู้จักในประเทศอื่นๆ มันทำให้ผมอยากท้าทายตัวเองมากขึ้น 

Q : คุณคิดถึงความดังของตัวเองและแฟนๆ ต่างประเทศมั้ยตอนที่เลือกแสดงหนังเรื่องนี้?

LMH : ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นครับ ผมทำตามความรู้สึกของตัวเอง เช่นเวลาผมเลือกเล่นเรื่องที่เกี่ยวกับพรหมลิขิตรัก เพราะผมรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตที่เร่งรีบของตัวเอง ที่มีแต่งานและบ้านเท่านั้น ผมไม่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่อะไรในชีวิตเมื่อมองไปในอีก 10 ปีข้างหน้า 

ผมไม่ได้รู้สึกอัดอัดขัดใจอะไรกับสไตล์การแสดงของผม ผมอยากได้ความรักจากแฟนๆ สำหรับการแสดงของผมในทุกผลงานที่ผมทำ ผมอยากทำงานตามทัศนคติเช่นนี้ต่อไป





ลีมินโฮทุ่มเทกันขนาดนี้แล้วกับ Gangnam Blues หรือ Gangnam 1970 แฟนๆ อย่าลืมไปชมไปเชียร์และให้กำลังใจกันเยอะๆ นะคะ Gangnam 1970 จะฉายในโรงภาพยนตร์ในประทศไทยตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.นี้ ในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ค่ะ 

ไม่มีความคิดเห็น: